เคล็ดไม่ลับกับ 6 ส. เลี้ยงลูกให้กล้าใช้ชีวิต

       หัวอกของคนแม่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องให้เรื่องของลูกมาก่อนเสมอ จากแต่ก่อน เวลาช็อปก็จะเลือกสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้ก่อน แต่พอมีลูกเท่านั้นแหละ CF ของมาแต่ละทีมีแต่ของลูกทั้งนั้น

        เวลากินก็ไม่ใช่แค่ตัวเองอิ่ม ต้องมีได้สั่งไปเผื่อลูกๆอยู่เสมอ อยากให้ลูกได้เรียนสูงๆ อยากให้เขาได้มีอนาคตที่ดี และเพราะอย่างนี้ เราไม่มีทางรู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรแล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าลูกของเราจะสามารถใช้ชีวิตบนโลกที่ไม่แน่นอนใบนี้ แต่นี่คือ 6 เคล็ดลับที่รับประกันว่าถ้ามีไว้ลูกคุณจะกล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างที่คุณหวัง

ส. เสริมความมั่นใจให้ลูก : หนึ่งสิ่งที่เด็กๆ ควรมีคือความมั่นคงในปัจจัยพื้นฐานไม่ให้รู้สึกว่าขาดไป

ทั้งเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และความมั่นใจที่พ่อแม่สามารถสร้างให้แก่ครอบครัวได้ด้วยการมีประกัน Easy E-LIFE ที่มั่นใจได้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตามคุณก็จะยังได้รับความคุ้มครอง การเสียชีวิตทุกกรณี เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 2,200 บาท/ปี ที่ความคุ้มครอง 1,000,000 บาท (เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับเพศและอายุของผู้เอาประกันภัย) ทั้งเบี้ยประกันยังคงที่ตลอดสัญญา 10 ปี และลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทตามที่สรรพากรกำหนด เพียงเท่านี้ก็เป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิต

ส.สอนมองปัญหา : เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ๆ มีความสามารถกล้าคิด กล้าหาคำตอบด้วยตัวเองมากขึ้น

       แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังอาจจะยังมีไม่มากเท่าเหล่าผู้ใหญ่ เลยทำให้บางครั้งเด็กเหล่านี้มองสิ่งที่เรียกว่าปัญหายังไม่ค่อยออก หรือ มีความไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เผชิญอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เรียกว่าปัญหาหรือไม่ คนเป็นแม่อาจจะต้องสอนให้ลูกคิดเชิงวิเคราะห์  ช่วยแนะแนวทางให้เด็กๆ ได้มองเห็นปัญหาด้วยตัวเอง และทดลองให้เขาแก้ไขปัญหานั้นดู แบบมีเราดูอยู่ข้างๆ เขาจะได้มีประสบการณ์ในการได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง เป็นการเสริมความมั่นใจให้เขาได้อีกทาง

ส.สอนคำว่า ‘ทีม’ : คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย อยู่กันเป็นทีมก็จะรอดได้

      จริงอยู่ที่การทำอะไรคนเดียวอาจจะคล่องตัว แต่ในบางสถานการณ์การมีกลุ่มเพื่อนก็ช่วยได้มากๆ โดยเฉพาะถ้าลูกกำลังอยู่ในช่วงใกล้สอบ หรือทำงานกลุ่ม การที่คุณสอนให้ลูกรู้จักคำว่า “ทีม” แนะแนวทางให้เขาเป็นผู้ตามและนำผู้อื่นได้ ก็จะช่วยให้ลูกๆ สามารถเอาตัวรอดในสังคมได้อย่างปลอดภัย

ส. สอนสร้างสรรค์ : อาจจะจริงที่ว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้

        เพราะในยุคที่โลกเปิดกว้างให้เราสามารถหาแรงบันดาลใจได้จากทั่วโลก จึงช่วยลดทอนการปิดกั้นโอกาสที่ลูกของคุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาต่อยอดและสร้างสรรค์ เราจึงควรที่จะสนับสนุนให้ลูกๆ ได้ใช้จินตนาการ  ให้เขาได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ และดึงพลังความสร้างสรรค์ในตัวของลูกๆ ออกมา

ส. สอนสื่อสาร : ใครๆ ก็เอ็นดูเด็กที่พูดจาดี พูดจาน่าฟัง

        จริงๆ แล้วการสอนพูดน่าจะเป็นพื้นฐาน และเรื่องหลักๆ เลย ก็ว่าได้สำหรับการสอนลูกๆ ในเมื่อการสื่อสารเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต เราจึงควรปูพื้นฐานด้านนี้ให้ลูกๆ ได้สื่อสารอย่างถูกต้อง  สอนให้เขาเขียนได้ สื่อสารเป็นและสื่อสารได้อย่างถูกต้องด้วย จินตนาการเสียงเจื้อยแจ้วของลูกๆ ที่พูดออกมา เหล่าคนเป็นพ่อแม่ก็ใจฟูแล้ว

ส. สอนให้ ‘ใช้’ เทคโนโลยี : พ่อแม่ยุค 4G มี Wifi ไว้พร้อมให้ลูกๆ ได้ใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

       ลูกๆ จึงได้มีโอกาสท่องโลกได้กว้างขึ้น ยิ่งเด็กยุคใหม่ๆนี้ ใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย เราจึงต้องคอยดูแลเขาให้เขาได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ในทางที่ถูกต้อง และที่สำคัญต้องไม่ไปจำกัดสิทธิ์ในการเรียนรู้ของลูกๆ ด้วย  

        การเลี้ยงลูกตอนนี้มีสิ่งที่ต่างไปจากการเลี้ยงลูกแบบก่อนมากๆ พ่อแม่ต้องตามให้ทันยุคสมัย ไม่ยึดติดกับการเลี้ยงลูกแบบเดิมๆ และยิ่งตอนนี้โลกของเราเป็นยุคที่การสื่อสารมีความว่องไวมากๆ การรับสารและตีความของลูกๆ ก็จะยิ่งไวมากขึ้นเช่นกัน ยิ่งต้องตามให้ทันแนวความคิดของเด็กๆ เขาด้วย เราจึงจะกลายเป็นพ่อแม่ที่เด็กๆ ให้ความวางใจและไม่เกิดช่องว่างระหว่างกัน