วิถี balance ชีวิต พิชิต stroke ฉบับมนุษย์เงินเดือน

รักที่จะ Work Hard ก็ต้องรู้จักวิธีการ Balance ชีวิตกันด้วย ในเมื่อชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ต้องว้าวุ่นอยู่กับงาน ตั้งแต่ตื่นจนถึงหลับ บางครั้งเรื่องงานก็ยังตามมาในฝันด้วย ที่เป็นแบบนี้คงเพราะรักงานมากจริงๆ ห่างจากงานไม่ได้ รักงานมากจนลืมที่จะรักตัวเอง รู้ตัวอีกทีก็อาจจะกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ

รวมทั้งโรคที่พักหลังๆ มานี้เรามักจะได้เห็นมนุษย์ออฟฟิศเป็นกันบ่อย นั่นก็คือโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก บางคนเกิดอาการขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว จนรับมือไม่ทัน ดังนั้นวันนี้มนุษย์รักงานคนไหนที่ไม่อยากต้องป่วยเป็นสโตรก จนทำงานที่รักไม่ได้ ต้องอ่านบทความนี้เลย  สำหรับวิธีรับมือกับโรคพร้อมคู่มือส่องอาการและตั้งรับกับสโตรก

Stroke คือโรคอะไร ทำไมคนทำงานต้องระวัง

สำหรับ Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ส่งผลทำให้ไปขัดขวางการลำเลียงเลือดในขั้นตอนของการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์สมอง ทำให้สมองสูญเสียการทำหน้าที่จนเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาจจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ และโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย และยิ่งกับคนที่ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง และทำงานหนัก เจอภาวะความกดดันและเครียดบ่อย ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้นไปอีก

ใครบ้างที่มีโอกาสเข้าใกล้ Stroke

จากข้อมูลที่ว่าทุกคนมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ แต่ใครหล่ะ ที่มีโอกาสเสี่ยงมากที่สุด? ดูข้อมูลที่นี่เลย

  • คนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงทั้งหลาย ร่างกายจึงไม่ค่อยแข็งแรง
  • ชอบดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ นักดื่มและสายพ่นทั้งหลาย ที่มักใช้วิธีนี้เป็นช่องทางระบายความเครียดบ่อยๆ อยากให้รู้ไว้ว่าอาจจะได้เครียดเพิ่มเพราะเป็นสโตรกก็ได้นะ
  • มีความเครียดสะสม จมอยู่กับแรงกดดันต่างๆ คุณควรรู้จักการบริหารจัดการความเครียดของตัวเอง เวลาไหนควรผ่อนคลาย ก็พักให้เต็มที่ อยู่กับเรื่องเครียดตลอดเวลา ร่างกายก็พาลแต่จะแย่ลง

เบื้องต้นของอาการที่เป็นสโตรก

หากวันหนึ่งวันใด ที่ร่างกายไม่ไหวเริ่มเกิดการประท้วงออกมาเป็นอาการเหล่านี้ ก็ให้คุณเตรียมไปโรงพยาบาลได้เลย  มีอาการปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง รู้สึกชา แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะรุนแรง เห็นภาพซ้อน หรือสามารถใช้วิธีการเช็กตามหลัก F.A.S.T ดังนี้

F – Face : ใบหน้า  มีอาการใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว น้ำลายไหลออกจากมุมปากข้างที่ตก
A –  Arm : แขน มีอาการอ่อนแรงของแขน ขา ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย 
S – Speak : การพูดลำบาก พูดติดๆ ขัดๆ พูดไม่ชัด นึกคำพูดที่ต้องการพูดไม่ออก
T –  Time :  เมื่อรู้ว่าเริ่มมีอาการควรรีบมาโรงพยาบาลให้ทันภายใน 3-4 ชั่วโมง

ถ้ายังไม่อยากเสี่ยง ก็มีทางเลี่ยงได้

อย่างที่รู้กันว่าโรคนี้ยิ่งเครียด ยิ่งมีโอกาสเป็นได้ง่าย เราจึงควรที่จะหันมาดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเอง ที่ผ่านมาเคยแคร์เรื่องงานแค่ไหน จากนี้ไปก็ให้แคร์ตัวเองเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อที่เราจะได้ยังสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้ 

นอกจากนี้เราเองก็ควรที่จะต้องหากิจกรรมผ่อนคลายทำหลังเลิกงานดูเสียบ้าง อย่าลืมว่างานไม่ใช่ทั้งชีวิตของเรานะ นอกจากนี้ก็คือการดูแลสุขภาพของตัวเองดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งควบคุมระดับความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี รวมทั้งควรมีประกันสุขภาพโรคร้ายแรงเอาไว้เวลาจำเป็นด้วย ในที่นี้ต้องขอแนะนำสิ่งที่เหมาะกับคนออฟฟิศเลยนั่นก็คือ ประกันโรคร้ายแรง บิ๊ก ทรี จาก เอฟดับบลิวดี มีไว้ให้อุ่นใจ  เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเจ็บป่วยเป็น 1 ใน 3 กลุ่มโรคร้ายแรง รับเงินก้อนตามแผนความคุ้มครองที่เลือก สูงสุด 1,000,000 บาท เบี้ยประกันคงที่ตลอด 5 ปี ซื้อออนไลน์ได้เลย รับความคุ้มครองทันที รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่