สู้มะเร็งแพงแค่ไหน ควรเตรียมเท่าไรดี

“ค่ารักษามะเร็งแพงเป็นล้าน” ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงอย่างที่ใครๆ ชอบพูดกัน สำหรับคนที่มีบุคคลใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวเคยรักษาตัวจากมะเร็งมาก่อนจะรู้ดี ยิ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้การรักษาโรคมะเร็งเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก แต่ค่ารักษามะเร็งก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในวันที่สุขภาพยังแข็งแรงดีจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะโรคมะเร็งบางทีก็มาแบบปุ๊บปั๊บไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า อย่างน้อยๆ การมีค่ารักษาเตรียมไว้ ก็จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกรับการรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้มากกว่า

รู้จักมะเร็ง
“โรคมะเร็ง” หรือที่ “เนื้อร้าย” เป็นเซลล์ที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติทำให้เกิดผลกระทบกับอวัยวะนั้นๆ หรืออวัยวะบริเวณใกล้เคียง ซึ่งผู้ป่วยโรคมะเร็งอาจจะมีอาการบ่งบอกหรืออาจจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ได้ เพราะมะเร็งบางชนิดก็ไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงระยะลุกลามแล้ว เราจึงพบว่าบ่อยครั้งผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่ใช่ผู้สูงอายุ แต่กลับเป็นคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี หรือเป็นคนที่อายุน้อยๆ จนน่าประหลาดใจ

วิธีการรักษาและค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็ง
การรักษาโรคมะเร็งสมัยนี้ก้าวไกลไปมาก ส่วนจะรักษาด้วยวิธีไหนนั้นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้แนะนำทางเลือกในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด รังสีรักษา (Radiotherapy) เคมีบำบัด (Chemotherapy) รวมไปถึงการใช้ยารักษามะเร็งอย่างตรงจุด (Targeted cancer therapy) ผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับการรักษามากกว่าหนึ่งวิธีเพื่อผลการรักษาที่ดีกว่าเช่น ผ่าตัดก่อนแล้วให้ยาคีโมต่อเพื่อการรักษาเสริม หรือให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี เราจึงมักจะได้ยินคนพูดว่า “ค่ารักษามะเร็งแพงเป็นล้าน” ก็เพราะแบบนี้นั้นเอง

1. รังสีรักษา (Radiotherapy) มีใช้จ่ายสูงสุด 200,000 บาท*
การบำบัดโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radiotherapy) หรือที่มักจะเรียกกันติดปากว่า การฉายแสง แบ่งเป็น 5 รูปแบบคือ
• การฉายรังสีแบบ 2 มิติ (Conventional Radiotherapy)
• การฉายรังสีแบบ 3 มิติ (Three dimension conformal Radiotherapy หรือ 3-DCRT)
• การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม (Intensity Modulated Radiation Therapy)
• การฉายรังสีแบบหมุนรอบตัว (Dynamic Arc Radiation Therapy)
• การฉายรังสีแบบ Volumetric Intensity Modulated Arc Therapy (VMAT)

โดยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยวิธีฉายแสงดังนี้

โรค เทคนิค 3 มิติ เทคนิค IMRT/VMAT
มะเร็งปอด 141,100 บาท (35 ครั้ง) 197,600 บาท (35 ครั้ง)
มะเร็งศีรษะและลำคอ 130,100 บาท (35 ครั้ง) 186,600 บาท (35 ครั้ง)
มะเร็งปากมดลูก 144,400 บาท (28 ครั้ง)
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 103,000 บาท (28 ครั้ง)
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 110,000 บาท (28 ครั้ง)  

*ประมาณการค่าฉายรังสีในเวลาราชการ สำหรับโรคมะเร็งที่พบบ่อย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ข้อดีของโรงพยาบาลของรัฐบาลคือมีค่ารักษาที่ถูกกว่าและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย แต่ก็อาจจะต้องรอคิวเพื่อรับการรักษาเนื่องจากปริมาณผู้ป่วยค่อนข้างสูง ทำให้บ่อยครั้งด้วยความจำเป็นในชีวิตประจำวันและความเร่งด่วนในการรักษาทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวตัดสินใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีค่ารักษาที่สูงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาล 2.5-7 เท่า และค่ายามีราคาที่สูงกว่า 40-600 เท่าเลยทีเดียว (ผลการศึกษาอัตราค่าบริการของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2552 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)) ทำให้สุดท้ายแล้วรวมๆ กันค่ารักษาโรคมะเร็งสูงถึง 1,000,000 บาท เลยทีเดียว

2. เคมีบำบัด (Chemotherapy) มีใช้จ่ายประมาณ 50,000-100,000 บาท
การรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือที่เรียกกันแบบย่อๆ ว่า คีโม คือการให้ยาเพื่อทำลายหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ปัจจุบันยาเคมีบำบัดมีทั้งชนิดรับประทานและฉีด การทำคีโมแต่ละรอบมักจะให้ทุก 2-4 สัปดาห์ อาจประกอบด้วยยาหลายชนิดในวันเดียว หรือหลายวันติดต่อกัน หรือสัปดาห์ละครั้งก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคมะเร็ง และสภาพร่างกายของผู้ป่วย
ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนกรณีเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) มีราคาตั้งแต่ 50,000-100,000 บาทต่อรอบการรักษาขึ้นอยู่กับตัวยาและค่าห้องของโรงพยาบาลที่เลือก ทั้งนี้การรักษาอาจกินเวลา 4-6 สัปดาห์ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากการให้คีโมอาจจะส่งผลต่อการทำงานและรายได้ประจำด้วย

3. ยารักษามะเร็งอย่างตรงจุด (Targeted cancer therapy) มีค่าใช้จ่ายสูงสุด 300,000 บาท / เดือน
ยารักษามะเร็งอย่างตรงจุดแตกต่างจากการให้คีโม ตรงที่เน้นการรักษาที่ตรงจุดตัวยาที่จะเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงได้อย่างแม่นยำ ลดผลข้างเคียงที่มีต่อเซลล์ปกติ แต่เป็นยาที่ราคาแพงมาก ตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึง 300,000 บาทต่อเดือน* และการรักษาอาจยืดเยื้อเป็นปีได้ หากคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ก็ประมาณ 1 ล้านบาทใน 3 เดือน
*ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

เห็นแบบนี้แล้วต้องบอกว่าค่ารักษามะเร็งแพงเป็นล้านจริงๆ ทางเลือกในวันนี้ วันที่สุขภาพยังดีอยู่คือการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และใส่ใจกับอาการผิดปกติของร่างกายแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับมือกับการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสในการรักษาหายได้มากกว่า รวมไปถึงการเตรียมพร้อมเรื่องค่ารักษาด้วยการทำประกันคุ้มครองโรคมะเร็งแบบมีเงินก้อนให้ทันทีที่ตรวจพบก็จะช่วยให้นำเงินก้อนนั้นมาวางแผนในการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

ประกันมะเร็งออนไลน์ FWD Easy E-CANCER
• คุ้มครองมะเร็งทุกระยะ
• ตรวจพบมะเร็งรับสูงถึง 1 ล้านบาท (มะเร็งผิวหนังรับ 50,000 บาท)
• แผนเดียวเอาอยู่ ทุกมะเร็ง ทุกระยะ
• จ่ายเบี้ยประกันคงที่ 5 ปี คุ้มครอง 5 ปี
• ค่าเบี้ยประกันความคุ้มครองโรคมะเร็งลดหย่อนภาษีได้ ตามที่กฎหมายกำหนด
ไม่เกิน 25,000 บาท

วางแผนรับมือค่ารักษาโรคมะเร็งได้แบบไม่กระทบเงินออมด้วยค่าเบี้ยประกันเริ่มต้น 1,505 ต่อปี สำหรับแพ็กเกจความคุ้มครอง 1 ล้านบาท (ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับเพศและอายุ) ทำประกันวันนี้ค่าเบี้ยประกันคงที่ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ