CF อย่างไรให้ยังเหลือเงินเก็บ

“ พร้อมส่งไหมเอ่ย? ” ประโยคคุ้นเคยของคนรักการ CF หรือ Shopping  และยิ่งเดี๋ยวนี้การซื้อของออนไลน์ดูจะง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตและเงิน เท่านี้คุณก็สามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลาแบบไม่มีอะไรมากั้น อีกทั้งโปรโมชั่นสุดแรงที่ถูกปล่อยออกมาแทบจะทุกเดือน ให้กระเป๋าเงินสั่น  ช้อปกันไปมันส์ได้ทั้งเดือน รู้ตัวอีกทีก็ตอนปลายเดือนว่าเงินแทบจะไม่เหลือแล้ว  และถ้าคุณคือหนึ่งคนที่กำลังประสบปัญหานั้นล่ะก็ วันนี้เรามีตัวช่วยให้คุณเก็บเงินได้แน่ Confirm พร้อมลุย!

บัญชีนี้มีเพื่อช้อป : ถ้าในเมื่อการซื้อของคือชีวิตและจิตใจ หากห้ามให้คุณเลิกช้อปไปเลยคงจะทรมานจิตใจกันแน่ๆ งั้นก็ต้องแก้ด้วยการจัดการวิถีทางแห่งการช้อปให้มีระบบระเบียบเสียหน่อย แยกบัญชีสำหรับการซื้อของเอาไว้เลย ใส่เงินในปริมาณที่ผ่านการคำนวณมาแล้วว่าเหมาะสมต่อการใช้จ่ายนี้ ถึงเวลาอย่างจะ CF อะไรก็ใช้เงินจากบัญชีในการจ่ายเท่านั้น อย่าไปยุ่งกับบัญชีค่าใช้จ่ายรายเดือนเด็ดขาด ไม่งั้นสุดท้ายก็จะไม่เหลือเงินเก็บอยู่ดี ซึ่งบัญชีที่ใช้ซื้อของแบบเฉพาะนี้ให้เลือกใช้แบบเป็นบัญชีออนไลน์จะดีที่สุด เพราะสะดวก ใช้ง่าย โอนสบาย ส่วนลดดี บางทีการโอนผ่านทางนี้ก็ฟรีค่าส่งอีกด้วย

อยากช้อปสนุกก็ต้องหัด Save : หัวใจที่สำคัญของนัก CF ตัวแม่ คือต้องรู้ตัวเองเป็นอย่างดีว่ามีเงินสำหรับการ Shopping นี้มากน้อยแค่ไหน พูดง่ายๆ ก็คือ ซื้อเก่งแต่ต้องมีเงินเก็บ เพราะถ้าไม่มีเงิน ก็เท่ากับว่าคุณจะซื้อของไม่ได้ ดังนั้นถ้ารักจะเดินทางสายนี้ คุณต้องเริ่มด้วยการมีที่เก็บเงินที่ดีอย่างการมีประกันสะสมทรัพย์ Easy E-SAVE ที่แนะนำแบบนี้เพราะเรารู้ว่าการซื้อของที่ดีต้องมี Benefit ที่คุ้มค่า ซึ่ง Easy E-SAVE สามารถให้ความคุ้มค่านี้กับคุณได้ เพราะมีเงินคืน สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-5 รับเงินคืน 4% ของทุนประกัน และสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 6-9 รับเงินคืน 5% ของทุนประกัน ครบ 10 ปี รับเงินคืน 350% ของทุนประกัน คุ้มครองชีวิตตลอด 10 ปี และสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้ สูงสุด 100,000 บาท (ตามประกาศของกรมสรรพากร) ความคุ้มแบบจุกๆ เพียงดาวน์โหลดและลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชัน FWD MAX (Android และ iOS) โปรแรงแบบนี้ต้อง CF แล้วละแมะ

ถ้าช้อปเป็นก็ต้องเก็บเงินให้ได้ SAVE CHARGE 10% : วิธีนี้เป็นยาแรงสำหรับนัก CF เพื่อการมีเงินเก็บ วิธีการคือทุกครั้งเวลาหลังซื้อของฟุ่มเฟือย คุณจะต้องหักเงินมูลค่า 10 % ของค่าสินค้ามาเป็นเงินเก็บ ฟังดูอาจจะฮาร์ดคอร์ไปหน่อย แต่เป็นหนทางที่เห็นเงินเก็บแน่นอน ในขณะที่คุณก็ยังสามารถตาม CF ของได้แบบที่ใจต้องการ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่มักจะเจอหลังการช้อปแบบไม่ลืมหูลืมตาเริ่มดีขึ้น คือการตกใจเมื่อเห็นยอดเงินในบัญชีที่หายไป 

ถ้ายังเลิก CF ไม่ได้ ก็คงต้องห่างกันสักพัก :  พักก่อนลองค่อยๆ Unfollow ร้านค้าหรือเพจที่เราติดตามให้น้อยลง ลดการมองเห็นสินค้าที่น่าซื้อ หรือ แกล้งๆ กดใส่ตะกร้าเอาไว้ก่อนแต่อย่าเพิ่งกดจ่ายเงินนะ รอสักประมาณ 3 วันค่อยกลับมาดูสินค้าชั้นนั้นอีกครั้ง คุณอาจจะเกิดความรู้สึกไม่อยากได้สินค้าชิ้นนั้นแล้วก็ได้ ลดการใช้ความรู้สึกเป็นตัวสินใจว่าจะจ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงิน เพิ่มเติมเรื่องความจำเป็นที่ต้องมีสินค้าชิ้นนั้นให้มากขึ้น ท้ายที่สุดคุณอาจจะพบก็ได้ว่าอาการช้อปแหลกมันก็แค่ความสุขชั่วคราว แต่การมีเงินเก็บนั้นคือความสุขตลอดไป

สุดท้ายแล้วอาการซื้อเก่งเป็นกันได้ ยิ่งช่วงเครียดๆ การช้อปเป็นการเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าซื้อจนไม่เหลือเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน อันนั้นน่าเครียดยิ่งกว่า การบริหารจัดการเงินและการช้อปเราจึงควรทำแบบควบคู่กันไป เพื่อที่เราจะได้ยังคง CF สินค้าที่เราอยากได้ แต่ก็ยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีอยู่เช่นเดิม